2009/Jul/09

       ขณะนั้นเป็นเวลาราว 10.00 hrs ผมจึงออกเดินฝ่าลมหนาว ของแดนเหนือ

                       ไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ถือเป็นการกลับเข้าเมืองอีกครั้งนึงของผม โดยแอบหวังเล็กๆว่าจะได้เจอเธอคนนั้น ถ้ามีโอกาส  ผมเดินทางไปพบเพื่อนเก่าคนนึงที่ร้านกาแฟ ก่อนที่จะได้พบปะ พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน เพราะทางผมเองมัวแต่ปฏิบัติภารกิจที่แสนจะน่าเบื่อหน่าย เพราะการปิดล้อมเกาะนั้น  จะเป็นการดีต่อกำลังพลของฝ่ายเรา แต่ก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเหล่าทหารเอามากๆ เพราะทุกคนหวังที่จะได้ต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิด

    แต่นี่เราต้องไปคอยจมเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่ทำตัวยังกะ โจรสลัด  จำได้ว่าครั้งนึง ผมเกือบจะสั่งยิงเรือของเพื่อนที่ทำงานให้กับเรือเอกชน ภายในประเทศเพราะความเหนื่อยล้าเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนคนนั้นรู้คงจะโมโหน่าดู เพราะเส้นทางที่ต้องเฉียดผ่านบริเวณนั้นบ่อยครั้ง      

     นี่เพื่อนเกือบจะจมเรือของ สหายเลยรึ?      

     ก็มันน่าเบื่อนี่หว่า ทั้งน่าเบื่อและกดดัน เรียกก็แล้ว สั่งให้ขานรหัสก็แล้ว มันก็เงียบ ทำตามขั้นตอนหมดแล้วเหลือแค่สั่งจมเรือมันแล้ว ที่ไหนได้ เรือเพื่อนเราเอง    

   “5555”      

     ขำอะไรนักวะ นี่ถ้ามันรู้มันโกรธกูตายเลย  เฮ่อ!! ดีนะที่ต้นเรือมองเห็นธงชาติน่ะ              

      เออ ก็ดีที่ไม่มีใครตาย โน่นแน่ะ เพื่อนกัปตันของนายเดินมาโน่นแล้ว

            ว่าแต่มันฮาจริงๆนะตาลายจนจะจมเรือฝ่ายเดียวกันเนี่ย 555”       ชายในเครื่องแบบกัปตันเรือสินค้า เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีก2คน     

         ไงๆ ทุกท่าน สบายดีมั้ยวะ ^^”    

          เออ ผมตอบ     อืม สบายดี     

         เดินทางดีมั้ย? กัปตัน เพื่อนของผมถามขึ้นลอยๆ  

     ก็ดี นอกจากจับคลึ่นความร้อนได้นิดหน่อยก็ไม่มีอะไรมาก เส้นทางทางด้านเหนือสะดวกดีมั้ยวะ? ผู้การ เรา   อาจจะต้องเดินเรือผ่านเส้นทางที่นายดูแลอยู่   อ่า...ถ้าทำตามแนวปฏิบัติก็ผ่านได้ ไม่มีปัญหา  

     อืม โอเค เราจะอยู่บนฝั่งประมาณ 1สัปดาห์ก่อนออกเรืออีกครั้ง ตอนนี้ขอตัวไปเที่ยวก่อนล่ะแล้วเจอกันนะ บาย     

      “บาย

        หลังจากพบปะและล่ำลากันแล้วผมก็ออกเดินทางต่อ เพื่อที่จะไปโทร. นัดกับพรรคพวก ที่ได้ข่าวว่าขณะนี้ได้แวะยังจุดพักเรือที่นี่ด้วย และแน่นอนว่าผมไม่ลืมสอบถามข่าวคราวของเธอคนนั้น จากสหายคนนึ่ง ก่อนจะออกจากร้านกาแฟแห่งนั้น

edit @ 9 Jul 2009 11:04:03 by Alekos D. ToledoZz

2009/Jul/04

ปฏิบัติการ SEA LION

              เป็นปฏิบัติการปิดล้อมทั้งทางทะเล และทางอากาศ ต่อประเทศที่ไม่ยอมเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในภาคีแห่งกองทัพสหพันธ์  ซึ่งปฏิบัติการนี้ จะเริ่มปฏิบัติการนับตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาการกองเรือในภูมิภาคต่างๆ และเหล่าทัพต่างๆที่กระจายอยู่รอบเขตปฏิบัติการ อาทิ หน่วยสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก อากาศยานต่างๆ อันเป็นกำลังรบหลักในภูมิภาค ได้รับคำสั่งนี้อันจะเป็นเวลา 0800 hrs. ของวันที่ 17 ปฏิบัติการนี้ จะดำเนินต่อเนื่องไปจนกระทั่งศัตรูแห่งสหพันธ์ ยอมแพ้หรือมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นต่อรัฐพันธมิตร

          ถึงเวลาออกทะเลอีกแล้วเหรอวะเนี่ย เพิ่งจะขึ้นฝั่งมาได้ไม่กี่วันเอง ผมเปรยกับสายลมเหนือที่พัดผ่านมาขณะได้รับคำสั่งจากพลนำสารของทางกองทัพ ที่มีศูนย์บัญชาการใหญ่ประจำภูมิภาค ห่างจากที่นี่ไปเพียง 5 นาที เหล่าลูกเรือคงกำลังจะมีควมสุขหลังจากไม่ได้ขึ้นฝั่งมาเป็นระยะเวลานานถึง 6เดือน ตัวผมเองก็คิดจะเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปผมกับเพื่อนเก่าซักหน่อย เห็นทีคงต้องเลื่อนออกไปอีกแล้วล่ะเพื่อน เอ๋ย

           ท่านครับ

       ...

          ท่านครับ

          ...

          ผู้การครับ

      หือ อืม ว่าไง ขอโทษทีเหม่อไปหน่อย

          ทางศูนย์ ต้องการให้ท่านออกเดินทางภายใน 1สัปดาห์ครับ

         ว่าไงนะ แต่ลูกเรือของผมเพิ่งจะได้ขึ้นฝั่งหลังจากที่ต้องไปทนทรมานอยู่กลางแอตแลนติก ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติเชียวนะ ให้พวกเค้าได้พักกันอีกซักหน่อยไม่ได้เชียวรึไง

        เอ่อ..ถึงท่านจะบอกผมไปก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ เพราะผมเป็นแค่ผู้รับคำสั่งมาส่งให้ท่านเท่านั้น

        ....(หมอนี่กวนแฮะ)

       เอาล่ะ จ่า!!นำสารนี่กลับไปก่อน เอาเป็นว่าผมรับทราบคำสั่งแล้ว และในวันพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปรายงานตัวที่ศูนย์บัญชาการ พร้อมทั้งขออนุญาต เพิ่มเวลาซักหน่อย เพราะลูกเรือของผม มันคงจะเดินทางกลับบ้านกันหมดแล้ว เพราะ ตามกำหนดน่ะ เราได้ขึ้นฝั่งถึง 3เดือนทีเดียว จำได้หมดมั้ย ไปรายงานตามนี้ล่ะ

        ครับผม ขอให้ท่านโชคดีครับ

     

    “นี่เราจะไม่มีโอกาสเจอกับเธอเลยรึไงกันนะ เฮ่อ!! อุส่า ได้กลับเข้ามาทั้งที

อะไรกัน นี่ต้องออกเรืออีกแล้ว เฮ่อออ"    

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         วันรุ่งขึ้น 08.00 hrs. ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือภาคเหนือ

                                        ห้องผู้บัญชาการกองเรือภาคเหนือ

                                       Gen. Kruchev N.Sateyef

        สวัสดีครับท่าน

        สวัสดี เชิญนั่ง วันนี้ลมอะไรพัด ผู้การมาถึงที่นี่ล่ะ?

        เอ่อ..คือผมอยากจะขออนุญาตท่านในการขอเพิ่มเวลาในการติดตามตัวลูกเรือเพิ่มน่ะครับ เพราะตามกะแล้วตอนนี้เป็นเวลาพักของผมและลูกเรือ หลังจากคอย ตัดเสบียง และทำลายระบบการสื่อสาร ขนส่ง ของประเทศคู่สงครามของเราในขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหล่าลูกเรือโหยหา การได้พักผ่อน กลับบ้านไปพบหน้าลูกเมีย

       เอ๊ะ!! นี่มันยังไงกัน? คนที่ถึงกำหนดพักก็ต้องได้พักสิ

        เอาล่ะคุณต้องการเวลาเท่าไหร่ในการออดรวบรวมลูกเรือล่ะ? ผู้การ ว่าไง

       เอ่อ!!! ผมอยากจะขอเวลาท่านซัก1เดือนน่ะครับ

        อืม  เอาล่ะ ตกลงผมอนุญาต           

        จริงเหรอครับท่าน ขอบคุณครับ

         ...

         งั้นผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ

         เชิญ  ขอให้คุณโชคดีผู้การ

         ครับผม

         ผมก้าวออกจากศูนย์บัญชาการ ออกมาเผชิญกับลมหนาวช่วงต้นของฤดูหนาว  ทางภาคเหนือของประเทศ พร้อมกับต้องตัดสินใจว่าจะต้องไปที่ไหนต่อไปดี เพื่อตามหา ลูกเรือทั้งหมด ซึ่งอันที่จริงถ้าโทร.เรียกตัวกลับมาก็คงจะใช้เวลาเพียง 2-3วันเท่านั้น แต่เหตุเพราะ ลูกเรือของผมเพิ่งจะได้สิทธิขึ้นฝั่ง จึงอยากให้เวลาพวกเขาได้อยู่กับครอบครัวอีกซักพัก เชื่อว่าคุณลุงของผมเองก็คงจะเข้าใจผมดี เช่นกัน ผมจึงเริ่มออกเดินฝ่าลมหนาวไปข้างหน้า เพื่อเตรียมตัวที่จะออกเดินทางต่อไป

                                                                                                            ToledoZz

edit @ 4 Jul 2009 07:37:22 by Alekos D. ToledoZz

2009/Jul/03

13 มิ.ย. North Atlantic                                 

                                                The sea lion operations 

            กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้ชายฝั่งสแกนดิเนเวีย เราออกจากท่ามาเป็นระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มี กำหนดการเทียบท่าแต่อย่างใด สำหรับภารกิจที่ได้รับในการลาดตระเวน เขตแดนของปิตุภูมิอันเป็นที่รักยิ่ง

ถึง สหายท่านนายพล 

                              นานมากแล้วที่เราไม่ได้เขียนถึงสหาย เชื่อว่าเพื่อนคงสุขสบายดีกับระบอบการปกครองแบบใหม่ บนแผ่นดินมาอันเป็นที่รัก การต่อสู้ช่วงชิงกันในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งสถานะภาพทางการเมือง และความมั่นคงของกองทัพเรา      ที่นี่หนาวเป็นบ้าเลยล่ะ หนาวแบบที่เพื่อนชอบ แต่การนั่งในห้องทำงานคงจะดีกว่าสำหรับทหารการเมืองเช่นเพื่อน การต่อสู้ในสนามการเมืองคงจะง่ายดายกว่าการมาทนหนาวในเขตเหนือเช่นนี้มากมายนัก เข้าใจว่าเราเล่าเรื่องค้างอยู่ ตั้งแต่ จดหมายฉบับก่อน ในช่วงเวลาที่เราได้สิทธิ์ในการพักผ่อน หรือ จะบอกว่าโดนพักงานเพราะปากเสียก็ได้      

                ขณะที่ประจำการในนครหลวงนั้น เราได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เราเองก็ไม่รู้ตัวว่าไปชอบเค้าได้ยังไง และโดยวิธีไหน เรื่องมันเริ่มอย่างนี้                

                           ย้อนไปราวๆ 7เดือนก่อน อาจจะ8แล้วก็ได้จนถึงตอนนี้ขณะนั้นเราได้เสร็จจากการเรียกรวมพลเพื่อรายงานตัวพร้อมด้วยสหายอีก 2-3ท่านในศูนย์บัญชาการนั้นเอง และได้มีการวางแผนที่จะออกไปเที่ยว เพราะ หลังจากวันรายงานตัวก็จะมีเวลาว่างอีก 2-3วัน ก่อนที่จะต้องกลับเข้ากรม กองตามสายบังคับบัญชาอีกครั้งหนึ่ง ในที่นั้นประกอบด้วยตัวผมและสหายอีก 4ท่าน      

                    ผม :  นี่ เสร็จเรื่องแล้ว นี่จะไปไหนกันต่อดีวะ   

                   เพื่อน:  กลับที่พักเลยสิครับ นี่ ผมยังไม่ได้นอนเลย - -: ง่วง      

                   ผม : “เฮ้ย ไม่เอาน่า มาถึงนี่พร้อมกันนะครับ!!! ไปเที่ยวกัน   ผมจะไปดูคอม ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ              

                  เพื่อน: ทำหน้าลังเลแล้วหันไปหาคนอื่นๆ ไปปะ

           เพื่อนๆที่เหลือ: ไปก็ได้ ไปเที่ยว         

                     และแล้วในที่สุดเราก็เรียกรถไปงานแสดงคอมพิวเตอร์กัน และในเวลาไม่นานก็มีกลุ่มเพื่อนที่แอบชอบ สหายของเราท่านหนึ่ง เดินทางตามมาอีกคณะน่าจะราวๆ 4-5 คนได้ ล่ะมั้ง เพราะว่ามีงานแสดงเสื้อผ้าอยู่อีกส่วนนึง ของฮอลล์ ด้วย       ส่วนทางผมก็แยกไปดูอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ กัน (ก็ไปดูอย่างนั้นแหละ ไม่มีเงินซื้อหรอก ประมาณว่าไปเล็งไว้ก่อน)      

                ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเพื่อนผมคนหนึ่งก็ดังขึ้นผลก็คือ        อืมม จะมาก็มาสิ เร็วๆนะ        หลังจากวางสาย ทุกท่านอีกสักครู่พี่สาวผมจะมาที่นี่กับเพื่อนอีกคนทุกคนพูดขึ้นกันเป็นเสียงเดียวว่า เพื่อนพี่สาว นายสวยมั้ย?

                                    ^ ^           อ่า... - -! เดี๋ยวก็เห็นน่า ใกล้จะมาถึงแล้ว ใจเย็นๆ

                                >>>>>>>>เวลาผ่านไปราว30 นาที<<<<<<<            

                     จะมารึยังวะ ขี้เกียจรอแล้ววววใครบางคนพูด   แล้วเธอก็มาถึง พี่สาวของสหายเรา พร้อมด้วยเพื่อนของเธอ เธอผู้ที่ถ้าเพื่อนมาเห็นแล้วก็คงจะต้องบอกว่า          เธอเป็นคนที่สวยอย่างประหลาด เพราะสามารถดึงความสนใจจากผมได้ อาจจะเป็นเพราะ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสนใจอะไรมากนักก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตามการพบกันครั้งนั้น ถือเป็นจุดเริ่มของอะไรซักอย่าง ที่ทหารหาญอย่างเราไม่อาจจะทำความเข้าใจได้ง่ายดายนัก     

                             คณะเราก็ได้มีการแยกย้ายกันไป คนนึงกลับไปที่บ้านพักเพื่อเตรียมตัวเดินทาง ไปตามภารกิจที่จะได้รับมอบในวันรุ่งขึ้น      แต่ทว่า ตัวผมและเพื่อนอีกบางส่วนก็ยอมที่จะประวิงเวลา จะบอกว่าถ่วงเวลาก็ได้ง่ายๆ ที่จะได้เห็นเธอนานขึ้นอีกแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ยังดี เพื่อนของผมจึงเสนอให้เราไปเดินเล่นกันที่บาร์ซาแห่งหนึ่งใกล้ที่พัก ก่อนจะจบที่ร้านน้ำชาในบริเวณใกล้เคียง ทำให้ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนี้เพิ่มขึ้นอีกนิด ผมคิดว่าเธอคนนี้ ช่างเป็นคนที่ฉลาดอย่างร้ายกาจเลยทีเดียว  และการพบกันครั้งนั้นก็ลงเอยด้วยการที่เราเดินไปส่งเธอขึ้นรถเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน และเรื่องได้จบลงแล้วในคืนนั้น

                  ในอีก2ชม.ข้างหน้าเราจึงต้องไปเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจอย่างเร่งรีบ เพราะภารกิจเบื้องหน้าในวันรุ่งขึ้น คือ การเดินทางไปสู่เขตพระราชฐาน(เดิม) เพื่อคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน(ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะใช้ทหารเรือทำไม??) 

 

                   เราเข้ารายงานตัวเพื่อประจำตำแหน่ง 02.00 hrs. ก่อนที่ปฏิบัติการจะเริ่มในช่วงสายของวันเดียวกัน การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบรรดาฝูงชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมากระทำการคารวะเจ้านาย ผู้เป็นที่รัก เป็นครั้งสุดท้าย            แม้จะยากลำบากแต่ทุกประการก็ดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งถึงเวลากลับซึ่งทางเราจะต้องออกปฏิบัติการพิเศษ โดยที่ผมไม่ได้คิดเลยว่าตัวผมได้ทิ้งหัวใจไว้ที่นี่ในนครหลวงแห่งนี้ซะแล้ว

 

                                                                                                         ToledoZz

 

edit @ 3 Jul 2009 16:01:12 by Alekos D. ToledoZz