ขณะนั้นเป็นเวลาราว 10.00 hrs ผมจึงออกเดินฝ่าลมหนาว ของแดนเหนือ
ไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ถือเป็นการกลับเข้าเมืองอีกครั้งนึงของผม โดยแอบหวังเล็กๆว่าจะได้เจอเธอคนนั้น ถ้ามีโอกาส ผมเดินทางไปพบเพื่อนเก่าคนนึงที่ร้านกาแฟ ก่อนที่จะได้พบปะ พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน เพราะทางผมเองมัวแต่ปฏิบัติภารกิจที่แสนจะน่าเบื่อหน่าย เพราะการปิดล้อมเกาะนั้น จะเป็นการดีต่อกำลังพลของฝ่ายเรา แต่ก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเหล่าทหารเอามากๆ เพราะทุกคนหวังที่จะได้ต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิด
แต่นี่เราต้องไปคอยจมเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่ทำตัวยังกะ โจรสลัด จำได้ว่าครั้งนึง ผมเกือบจะสั่งยิงเรือของเพื่อนที่ทำงานให้กับเรือเอกชน ภายในประเทศเพราะความเหนื่อยล้าเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนคนนั้นรู้คงจะโมโหน่าดู เพราะเส้นทางที่ต้องเฉียดผ่านบริเวณนั้นบ่อยครั้ง
“นี่เพื่อนเกือบจะจมเรือของ สหายเลยรึ?”
“ก็มันน่าเบื่อนี่หว่า ทั้งน่าเบื่อและกดดัน เรียกก็แล้ว สั่งให้ขานรหัสก็แล้ว มันก็เงียบ ทำตามขั้นตอนหมดแล้วเหลือแค่สั่งจมเรือมันแล้ว ที่ไหนได้ เรือเพื่อนเราเอง ”
“5555”
“ขำอะไรนักวะ นี่ถ้ามันรู้มันโกรธกูตายเลย เฮ่อ!! ดีนะที่ต้นเรือมองเห็นธงชาติน่ะ”
“เออ ก็ดีที่ไม่มีใครตาย โน่นแน่ะ เพื่อนกัปตันของนายเดินมาโน่นแล้ว
ว่าแต่มันฮาจริงๆนะตาลายจนจะจมเรือฝ่ายเดียวกันเนี่ย 555” ชายในเครื่องแบบกัปตันเรือสินค้า เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีก2คน
“ไงๆ ทุกท่าน สบายดีมั้ยวะ ^^”
“เออ” ผมตอบ “อืม สบายดี ”
“เดินทางดีมั้ย? กัปตัน” เพื่อนของผมถามขึ้นลอยๆ
“ก็ดี นอกจากจับคลึ่นความร้อนได้นิดหน่อยก็ไม่มีอะไรมาก เส้นทางทางด้านเหนือสะดวกดีมั้ยวะ? ผู้การ เรา อาจจะต้องเดินเรือผ่านเส้นทางที่นายดูแลอยู่” “ อ่า...ถ้าทำตามแนวปฏิบัติก็ผ่านได้ ไม่มีปัญหา”
“อืม โอเค เราจะอยู่บนฝั่งประมาณ 1สัปดาห์ก่อนออกเรืออีกครั้ง ตอนนี้ขอตัวไปเที่ยวก่อนล่ะแล้วเจอกันนะ บาย”
“บาย”
หลังจากพบปะและล่ำลากันแล้วผมก็ออกเดินทางต่อ เพื่อที่จะไปโทร. นัดกับพรรคพวก ที่ได้ข่าวว่าขณะนี้ได้แวะยังจุดพักเรือที่นี่ด้วย และแน่นอนว่าผมไม่ลืมสอบถามข่าวคราวของเธอคนนั้น จากสหายคนนึ่ง ก่อนจะออกจากร้านกาแฟแห่งนั้น
edit @ 9 Jul 2009 11:04:03 by Alekos D. ToledoZz